ประเด็นยุทธศาสตร์:

1.การจัดศึกษาอย่างมีคุณภาพ
2.การผลิตและพัฒนาครูอย่างมีคุณภาพ
3.การพัฒนางานวิจัย
4.การบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและภูมิภาค
5.การทนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถิ่น
6.การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์:

1.เพื่อผลิตครู และพัฒนาวิชาชีพครูให้มีคุณภาพ มีความรู้คู่คุณธรรม (ผลิตครูในสาขาวิชาตามความต้องการของท้องถิ่นและสังคม)
2.พื่อศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและวิชาชีพครู โดยเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และสากล (ศึกษา วิจัย)
3.เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและวิชาชีพครู)
4.เพื่อทำนุบำรุง ส่งเสริม สืบสานและสร้างความตระหนักในคุณค่าของประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ โดยบูรณาการ
5.กับกิจกรรมการเรียนการสอน (ทำนุ บำรุง ส่งเสริม สืบสาน และสร้างความตระหนักในคุณค่าของประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมของไทย)
6.เพื่อบริการวิชาการแก่ท้องถิ่น (บริการวิชาการแก่ท้องถิ่น)
7.เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู โดยจัดหลักสูตรอบรมเพื่อพัฒนาครูทั้งด้านความรู้ทางวิชาการและวิชาชีพ ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมของครู (พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู)
8.เพื่อส่งเสริม เผยแพร่ และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนและการพัฒนาบุคลากร (ศึกษา ส่งเสริม และสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ)
9.เพื่อบริหารจัดการโดยหลักการมีส่วนร่วม เพื่อให้คล่องตัว โปร่งใส มีบรรยากาศที่ดีในการทำงาน (บริหารจัดการโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม)
10.เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีคุณวุฒิ ตำแหน่งทางวิชาการและวิชาชีพที่สูงขึ้น (ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในคณะ)
11.เพื่อให้คณะครุศาสตร์เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (สนับสนุนส่งเสริมให้คณะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้)

นโยบายการบริหาร:

1.เน้นการพัฒนาระบบบริหารจัดการที่มีความสุจริต เป็นธรรม โปร่งใส สร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบมีส่วนร่วม
2.เน้นการพัฒนารูปแบบและกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
3.เน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพ โดยการสร้างความเข้มแข็งทั้งด้านวิชาการ คุณธรรม สุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดี มีจิตสำนึกในการ ปฏิบัติหน้าที่
4.เน้นการพัฒนาคุณภาพและปริมาณงานวิจัยของคณาจารย์ สร้างเครือข่ายการวิจัยทางการศึกษา สร้างองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถบูรณาการสู่การเรียนการสอน
5.เน้นการพัฒนากระบวนการผลิตครูเพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนดี คนเก่ง เข้าสู่วิชาชีพครู และพัฒนาครูประจำการให้มีสมรรถนะวิชาชีพ
6.เน้นการให้บริการวิชาการทางการศึกษาแก่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น
7.มุ่งทำนุบำรุง สืบสาน และเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น
8.มุ่งพัฒนาระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการ

ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ

ปรัชญา : แหล่งวิชาการ งานผลิตพัฒนาครู เพื่อท้องถิ่น

วิสัยทัศน์ : ในปี พ.ศ. 2560 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย จะเป็นแหล่งวิชาการที่ทันสมัยของท้องถิ่น ผลิตและพัฒนาครูให้รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในสังคม

พันธกิจ:

1.ผลิตครูในสาขาวิชาตามความต้องการของท้องถิ่นและสังคม
2.พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของวิชาชีพครู
3.ศึกษา วิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและวิชาชีพครู
4.บริการวิชาการแก่ท้องถิ่น
5.ทำนุ บำรุง ส่งเสริม สืบสาน และสร้างความตระหนักในคุณค่าของประเพณี ศิลปะ และวัฒนธรรมของไทย
6.ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในคณะ
7.ศึกษา ส่งเสริม และสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
8.สนับสนุนส่งเสริมให้คณะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้
9.บริหารจัดการโดยใช้หลักการมีส่วนร่วม

 

         คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นหน่วยงานทางวิชาการที่เริ่มก่อตั้งมาพร้อมกับสถาบันแห่งนี้ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2516 คณะครุศาสตร์เริ่มรับนักศึกษาเข้าเรียนในปีการศึกษา 2519 โดยรับนักศึกษาระดับ ป.กศ. ที่สภาตำบลคัดเลือกส่งมาเรียนจำนวน 640 คน มีอาจารย์โอนย้ายมาจากวิทยาลัยครูอุดรธานี วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม วิทยาลัยครูนครสวรรค์ ซึ่งขณะนั้นมีอาจารย์ใหม่ทั้งสิ้น 47 คน 
        ขณะที่เปิดรับนักศึกษาใหม่ยังไม่มีสถานที่เรียน จึงขอใช้สถานที่โรงเรียนเทศบาลศรีสะอาดเป็นสถานที่เรียนชั่วคราว เมื่อสร้างอาคารเสร็จจึงได้ย้ายมาเรียน ณ ที่ตั้งปัจจุบัน

         ปีการศึกษา  2522  เริ่มรับนักศึกษาตามโครงการฝึกอบรมครู และบุคลากรทางการศึกษาประจำการ (อ.ค.ป.)  รุ่นแรกโดยเปิดศูนย์ฝึกอบรม 5 ศูนย์ คือ ศูนย์อำเภอเมืองเลย อำเภอด่านซ้าย อำเภอวังสะพุง อำเภอภูกระดึง  และอำเภอเชียงคาน
         ปีการศึกษา  2523  เปิดสอนระดับครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.)  ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดสอนภาคปกติถึงระดับปริญญาตรีเป็นครั้งแรก

         ปีการศึกษา  2525  เปิดสอนระดับครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.)  หลักสูตร  2  ปีหลังเป็นครั้งแรก
         ปีการศึกษา  2527  มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู (ฉบับที่  2)  พ.ศ.2527  มีผลให้วิทยาลัยครูสามารถเปิดสอนสายวิชาชีพอื่น ๆ  ได้        จึงแบ่งการผลิตบัณฑิตออกเป็น  3  สาขา  คือ  สาขาการศึกษา  สาขาวิทยาศาสตร์  และสาขาศิลปศาสตร์
         ปีการศึกษา  2529  มีการเปลี่ยนแปลงโครงการอบรมครู และบุคลาการทางการศึกษาประจำการ (อ.ค.ป.)  เป็นโครงการจัดการศึกษาสำหรับบุคลากรประจำการ (กศ.บป.)
         ปีการศึกษา  2530  ได้เริ่มใช้หลักสูตรวิทยาลัยครูสาขาวิชาการศึกษา พ.ศ. 2530  ซี่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติกับสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ และมีโครงการคุรุทายาทตามความร่วมมือระหว่างกรมสามัญกับกรมการฝึกหัดครู  และโครงการคุรุทายาทในถิ่นทุรกันดารของกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาตามโครงการคุรุทายาททุกคนจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเข้ารับราชการโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน และในระหว่างที่ยังศึกษาอยู่ก็จะได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากทางราชการอีกด้วย
          ปี พ.ศ. 2535  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ”  แทน “วิทยาลัยครู” และได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538  เมื่อวันที่  19  มกราคม 2538  มีผลทำให้การเรียกชื่อหน่วยงานต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปโดย  “คณะวิชาครุศาสตร์” ซึ่งเคยมี “หัวหน้าคณะวิชา” เป็นผู้บริหารสูงสุดได้เปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น  “คณะครุศาสตร์” และเรียกชื่อผู้บริหารสูงสุดเป็น “คณบดีคณะครุศาสตร์”
          ปี พ.ศ. 2547  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่อ “มหาวิทยาลัยราชภัฏ”  ให้แก่สถาบันราชภัฏ  ในการนี้สถาบันราชภัฏเลยจึงเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย   มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่  14  มิถุนายน  2547  ทำให้สถาบันราชภัฏเลยเปลี่ยนชื่อเป็น  มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ตั้งแต่วันที่  15  มิถุนายน  2547  เป็นต้นมา
          ปีการศึกษา  2547  คณะครุศาสตร์ได้เปิดสอนระดับปริญญาโท  1  สาขา  คือ  สาขาวิจัย และประเมินผลการศึกษา และต่อมาในปี พ.ศ. 2548 ได้เปิดสอนระดับปริญญาโทสาขาหลักสูตร และการสอน สาขาคณิตศาสตร์ศึกษา  และเปิดหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต 5 ปี รวมทั้งมีโครงการครูปรีชาญาณ
          ปีการศึกษา 2552 คณะครุศาสตร์ได้เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และในปีเดียวกัน มหาวิทยาลัยได้มีนโยบายให้โอนสาขาวิชาที่เปิดสอนระดับบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาการศึกษา ที่เคยสังกัดบัณฑิตวิทยาลัย มาสังกัดคณะครุศาสตร์ จำนวน 3 สาขา คือ ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตบริหารการศึกษา ระดับปริญญาโทสาขาบริหารการศึกษา และระดับปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา จึงนับได้ว่าในปีการศึกษา 2552 เป็นปีที่คณะครุศาสตร์ผลิตบัณฑิตครอบคลุมตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก

cool1